กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำผู้นำด้าน ESG ยกระดับ Green Transportation ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่เป้าหมาย Net Zero 2050

การขนส่งและโลจิสติกส์เป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจและเปรียบเสมือน “เส้นเลือดหลัก” ของธุรกิจค้าปลีกและบริการ ขณะเดียวกันก็เป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนสูง กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือจึงขับเคลื่อน Green Transportation ในฐานะกลยุทธ์สำคัญ ผ่านการยกระดับระบบโลจิสติกส์ด้วยนวัตกรรม พลังงานสะอาด เทคโนโลยีอัจฉริยะ และการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050

บริษัทในเครือกับการขับเคลื่อนด้าน Green Transportation

เซ็นทรัล รีเทล โลจิสติกส์ (CRL)

เดินหน้าปรับระบบขนส่งสู่การใช้รถพลังงานไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2565 เริ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมแผนขยายการใช้งานครอบคลุมรถจักรยานยนต์ และรถบรรทุกขนาด 4 ล้อ 6 ล้อ และ 14 ล้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซ เรือนกระจกในระยะยาว

ท็อปส์

เปิดตัวรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ทั้งแบบควบคุมอุณหภูมิและอุณหภูมิปกติ เพื่อกระจายสินค้าสู่ร้าน Tops ต่างจังหวัด ภายใต้ภารกิจ “12 Missions to Sustainable Retail” นำร่องในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 13,335 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายใน 5 ปี

ไทวัสดุ

เดินหน้าธุรกิจควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำรถบรรทุกพลังงานสะอาด (EV Truck) มาใช้ขนส่งสินค้าจากคลังสู่สาขาทั่วประเทศ โดยในปี 2568 เพิ่มรถ EV อีก 10 คัน รวมเป็น 22 คัน ขยายเส้นทางจาก 21 เป็น 60 สาขา ครอบคลุมหลายภูมิภาค สามารถลดการใช้น้ำมันกว่า 588,000 ลิตร และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 1.61 ล้านกิโลกรัม พร้อมแผนขยายสถานีชาร์จสู่ภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ภายในปี 2569 เพื่อยกระดับโลจิสติกส์สีเขียวอย่างยั่งยืน

โก โฮลเซลล์

ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำยานพาหนะไฟฟ้า (EV) มาใช้ในงาน Last Mile Delivery ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ ปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 86 คัน และรถสามล้อไฟฟ้า 1 คัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อชุมชน พร้อมแผนขยายการใช้งาน EV และศึกษาการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งในอนาคต

โรบินสันไลฟ์สไตล์

ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (EV) เป็นทางเลือกการเดินทางอย่างยั่งยืน โดยนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในงานรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมกำหนดเป็นมาตรฐานการจัดซื้อทดแทนในทุกสาขา และใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (รถกอล์ฟ EV) ให้บริการลูกค้าในลานจอดรถ ปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 5 คัน ใน 5 สาขา และรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า 2 คัน ใน 2 สาขา

เซ็นทรัลพัฒนา

จัดงานกรีนเอ็กซ์โป “The Better Futures Project 2025 RE-lifestyle Roadshow” เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าพุ่มพวงในรูปแบบอีเวนต์เคลื่อนที่ เดินทางทั่วประเทศเพื่อส่งต่อความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร พร้อมชาร์จไฟที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลกว่า 40 สาขา และจุดชาร์จกว่า 600 จุดทั่วประเทศ โดยช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 355 กิโลกรัม/เที่ยว

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา

ให้บริการรถรับส่งภายในพื้นที่ด้วยรถบั๊กกี้พลังงานไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดต้นทุนเชื้อเพลิง และไม่ก่อมลพิษ ปัจจุบันมีการใช้งานมากกว่า 60 คัน ครอบคลุมหลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ อาทิ ภูเก็ต ศรีราชา ตราด พัทยา รวมถึงเวียดนามและมัลดีฟส์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ บางกอก พระนคร มีการให้บริการรถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้าในเส้นทางถนนข้าวสารและรอบเขตพระนคร พร้อมบริการจักรยานในหลายสาขา และจัดสรรพื้นที่สำหรับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตร

การขับเคลื่อน Green Transportation ของกลุ่มเซ็นทรัลสะท้อนการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในทุกมิติ โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของบริษัทในเครือและพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อยกระดับมาตรฐานการขนส่งที่โปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทาง ESG และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของภาคธุรกิจไทย