เพราะ “กำลังใจ” จากตนเองและคนรอบข้าง คือมวลพลังที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งยิ้มสู้โรคร้าย จากข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่ามีผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมรายใหม่ วันละ 47 คน หรือสูงถึง 17,043 คนต่อปี และเสียชีวิตถึงปีละ 4,654 คน ด้วยเหตุนี้การตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามอาจต้องรักษาด้วยการทำเคมีบำบัด ซึ่งมักเกิดผลข้างเคียงคือเส้นผมหลุดร่วง ทำให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิต ดังนั้นการได้รับวิกผมแท้จึงช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยอีกครั้ง

บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ สร้างความเท่าเทียมให้ผู้หญิงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 โดยเฉพาะกลุ่มมะเร็งในสตรี ภายใต้ โครงการ Women Cancer หนึ่งในโครงการเพื่อสังคมหลัก “เซ็นทรัล ทำ” โดยล่าสุดเราได้ระดมทุนจากบริษัทในเครือ นำโดย เซ็นทรัล รีเทล, เซ็นทรัลพัฒนา, คู่ค้า, ลูกค้า และพนักงาน ระหว่างเดือน มิ.ย.-ธ.ค. 64 ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ กล่องรับบริจาค , กิจกรรมส่งเสริมการตลาด , คะแนน The 1 และอื่นๆ นำมา จัดซื้อเครื่องอัลตราซาวนด์เคลื่อนที่ สำหรับตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดให้กับมูลนิธิถันยรักษ์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ซึ่งเราเล็งเห็นว่าการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นและรีบเข้าสู่กระบวนการรักษาจะมีโอกาสหายขาดได้ ถึง 95%

นอกจากนี้เราเข้าใจดีว่า เส้นผมและผู้หญิงเป็นของคู่กัน ดังนั้นในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด มักได้รับผลข้างเคียงของเส้นผมที่หลุดร่วง ทำให้รู้สึกว่ารูปลักษณ์ภายนอกของตนเองผิดแปลกไป ขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งวิกผมแท้มักมีราคาค่อนข้างสูง และอาจเป็นภาระสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง กลุ่มเซ็นทรัล จึงร่วม คืนความมั่นใจและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้คนไข้มะเร็ง ด้วยการร่วมมือกับ มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ ภายใต้การดูแลของ ดร.อรณัฏฐ์ นครศรี เชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมกันปันเส้นผมสุขภาพดี เพื่อนำมาทอเป็น วิกผมแท้จากฝีมือของกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม ซึ่งสามารถรวบรวมเส้นผมมาทอเป็นวิกผมได้ทั้งสิ้น 70 วิก มอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัด ผ่านหน่วยเคมีบำบัดและให้เลือด โรงพยาบาลศิริราช อีกด้วย

ทางด้าน รศ.นพ. วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ประธานศูนย์ถันยรักษ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า การตรวจอัลตราซาวนด์ มีบทบาทสำคัญต่อการคัดครองมะเร็งเต้านม เป็นการ ตรวจโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง มีความปลอดภัย ประมวลผลออกมาเป็นภาพผ่านทางจอคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถมองเห็นอวัยวะภายในได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และ ประเมินความผิดปกติของก้อนในเต้านมเบื้องต้นได้ว่าเป็นถุงน้ำ, ก้อนเนื้อชนิดธรรมดา หรือก้อนเนื้อที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง รวมถึงอัลตราซาวนด์ยังมีบทบาทในการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีที่มีเนื้อเยื่อเต้านมหนาทึบ ซึ่งอาจทำให้มองไม่เห็นก้อนผิดปกติขนาดเล็กจากแมมโมแกรมได้

สำหรับวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็ง ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยใช้ 3 นิ้ว 3 สัมผัส เมื่อเจอสิ่งผิดปกติ เช่น ก้อนในเต้านม ,เลือดออกที่บริเวณหัวนม ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจวินิฉัยด้วยเครื่องแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ อย่างไรก็ตามหากพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง ควรมีสติ และรีบเข้ากระบวนการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ เพราะการรักษาแต่เนิ่นๆ จะมีโอกาสที่จะหายขาดจากโรคมะเร็งเต้านมได้

ฟากของ นุ๊กซี่- อัญพัชญ์ วัฒนาตันติรัตน์ ได้มาแชร์ประสบการณ์การเผชิญกับมะเร็งเต้านม โดยเล่าว่า “ในฐานะที่นุ๊กเป็นผู้หญิงและต้องเผชิญกับโรคมะเร็งเต้านม นุ๊กไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเราไม่เคยตรวจร่างกาย มะเร็งคือสิ่งที่ไกลตัวเรา ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเราได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย มะเร็งในผู้หญิงมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน นุ๊กอยากให้ผู้หญิงทุกคน หมั่นตรวจเช็คร่างกาย หากรู้เร็วเราจะเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็ว อย่างนุ๊กตอนนี้เพิ่งเสร็จสิ้นขั้นตอนของการทำคีโม การใช้ชีวิตก็เป็นปกติ ได้รับกำลังใจจากทุกคน กำลังใจที่ได้รับเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ นุ๊กมีความสุขที่ได้ออกไปโรงพยาบาล นั่งคุยกับหลายๆ ท่านที่เป็นโรคเดียวกับนุ๊ก ให้กำลังใจซึ่งกันและกันทำให้เราเข้าใจในสิ่งต่างๆ มากขึ้น นุ๊กอยากส่งต่อกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่กำลังเผชิญโรคมะเร็งอยู่ เราต้องอยู่กับโรคด้วยความเข้าใจ และไม่ยอมแพ้ แล้วเราจะพบเส้นทางความสุขที่เรากำหนดได้เอง”

กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยทุกคน พร้อมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งในสตรี ยิ้มสู้เพื่อตนเองและคนที่รักด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง


แกลลอรี่