BLOG

“เพาะกล้าให้เป็นป่า” เซ็นทรัลรักษ์สิ่งแวดล้อม สนับสนุนโครงการ “ปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา”

10 Sep 2018, Posted by Apatsanan Ru in เซ็นทรัลทำ
เพาะกล้าให้เป็นป่า Featured Image
นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา กับ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ในกิจกรรม “เพาะกล้า ให้เป็นป่า” ซึ่ง นายเกรียงพล พัฒนรัฐ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและประธานกรรมการมูลนิธิปลูกป่าฯ  และนายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ โดยมี น.ส.สมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และ ดร. ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว  จากนั้นได้ร่วมกันปั้นเมล็ดพันธุ์แสม เพื่อปล่อยลงแปลงปลูก และร่วมปลูกต้นโกงกางในแปลงปลูก 13 ไร่ ณ บริเวณจุดชมวิวชายทะเล ป่าชายเลน เขตบางขุนเทียน

นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ กล่าวว่า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด จัดกิจกรรม “เพาะกล้าให้เป็นป่า”  เพื่อสนับสนุนโครงการ “ปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา” ของกรุงเทพมหานคร อันเป็นการสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะแนวชายฝั่งบางขุนเทียน ปรับปรุงป่าชายเลนให้มีความสมบูรณ์ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และร่วมปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ โดยบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ได้สนับสนุนงบประมาณในการปลูกต้นโกงกาง จำนวน 13 ไร่ รวมทั้งสิ้น 3.12 ล้านบาท รวมทั้งส่งมอบหมวกกันน็อค จำนวน 100 ใบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ในพื้นที่ เป็นการสนับสนุนกิจกรรมปลูกป่าตามโครงการดังกล่าว 

นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กล่าวว่า  “สำหรับกิจกรรม “เพาะกล้าให้เป็นป่า” ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายบริหารและพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล และภาคีเครือข่ายกว่า 250 คน เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่า บนพื้นที่แปลงปลูกขนาด 13 ไร่ ในระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี  เพื่อปลูกกล้าไม้โกงกางจำนวน 10,400 ต้น โดยจะมีการติดตามความต่อเนื่อง     ทุก 3 – 6 เดือน  ซึ่งนอกจากการลงพื้นที่ปลูกป่าโกงกางแล้ว ยังมีกิจกรรมปั้นเมล็ดพันธุ์ต้นแสม การเพาะต้นกล้า และการเก็บขยะในพื้นที่ป่าชายเลนอีกด้วย” 

ปัจจุบัน ชายฝั่งทะเลของกรุงเทพมหานครประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งที่อยู่ในเขต

บางขุนเทียน ทางด้านฝั่งอ่าวไทย เนื่องจากกระแสคลื่นและกระแสน้ำที่มีความรุนแรง ซึ่งได้กัดเซาะแนวชายฝั่งเดิมหายไปตลอดความยาวรวมกว่า 5.2 กิโลเมตร ทำให้ที่ดินเดิมของชายฝั่งกรุงเทพฯ ถูกกัดเซาะหายไปกว่า 3,000 ไร่ ประชาชนที่เคยอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นต้องอพยพหนีน้ำทะเลเข้ามาถึง กิโลเมตรจากหลักเขตกรุงเทพฯ เดิม  ซึ่งปัญหาเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยเป็นปัญหาหนักและใหญ่มาก ที่ผ่านมาประเทศไทยสูญเสียที่ดินจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งไปแล้วมากกว่า 1 แสนไร่ คิดเป็นมูลค่าราคาที่ดินประมาณ 1 แสนล้านบาท เหตุการณ์นี้ได้ก่อความเสียหายแก่ระบบนิเวศน์ป่าชายเลนอันเป็นแหล่งอาหาร และอนุบาลของสัตว์น้ำ ซึ่งในพื้นที่ป่าชายเลนนั้นมีสัตว์อาศัยอยู่มากถึง 74 ชนิด

หากป่าชายเลนหายไป สัตว์เหล่านี้ก็จะหายไปหมดด้วย ส่งผลทั้งต่อสภาพพื้นที่และก่อปัญหาต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี กรุงเทพมหานครจึงมีความคิดที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อดำเนินการโครงการฟื้นฟูและบำรุงรักษาทะเลกรุงเทพฯ ให้คงอยู่ต่อไป